แนะนำบเ้านเชียง

วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2562

การวางแผนกลยุทธ์



1. ภาระกิจ (mission) 

การวางแผนการทำงาน ค้นคว้าหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จริง เก็บภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว

2. โครงสร้างของบริษัท (company profile)

3.การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภานนอก

ในยุคสมัยใหม่คนทั่งไปไม่ค่อยสนใจในอารยธรรมเก่าๆ หรือยุคสมัยเก่าๆ โอกาสที่จะก้าวกระโดดจึงมีน้อยมาก

4.การวิเคราะห์กลยุทธ์และทางเลือกของกลยุทธ์

วิเคราะห์ความสนในของคนสมัยใหม่ ทำสื่อให้ความรู้และดึงดูดความสนใจในแบบของคนสมัยใหม่

5.วัตถุประสงค์

- เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาวิถีชีวิตของคนในสมัยก่อนประวัติศาสตร์
- เพื่อเชิญชวนให้คนทั่วไปได้มาเที่ยวสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมรดกโลก
- เพื่ออนุรักษ์อารยธรรมเก่าแก่

6.แผน (plans)

- แนะนำเกี่ยวกับสถานที่
- แนะนำที่เที่ยวละแวกใกล้เคียง
- แนะนำร้านอาหาร
- แนะนำที่พัก
- แนะนำกิจกรรมที่น่าสนใจ
- แนะนำของที่ระลึก
- แนะนำเส้นทาง

7.นโยบาย (policies)

โพสข้อมูลของสถานที่ให้ผู้ที่สนใจและผู้ที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับสถานที่ ทำข้อมูลให้น่าสนใจ และเชิญชวนให้ผู้ที่สนใจในอารยธรรมเก่าแก่ของชาติได้เข้ามาเยี่ยมชมและศึกษาด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด

8.การปฏิบัติตามกลยุทธ์ (strategy implementation)

มีผู้คนให้ความสนใจมากขึ้น และเข้ามาดูมาติดตามเพจเพิ่มขึ้นตามลำดับ

การพัฒนาระบบสารสนเทศ 

การพัฒนาระบบสารสนเทศ เป็นงานใหญ่ที่เกี่ยวข้องทั้งในด้านงบประมาณ ทรัพยากรขององค์การ และระยะเวลา แต่สิ่งสำคัญอันดับแรกที่จะช่วยให้การพัฒนาระบบประสบความสำเร็จคือผู้ใช้ระบบจะต้องให้ข้อมูลแก่ทีมงานพัฒนาระบบในด้านต่างๆ โดยที่การพัฒนาระบบให้ประสบความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้
                1.ผู้นำและผู้ใช้ระบบมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการ
                2.การวางแผนพัฒนาระบบถูกดำเนินการอย่างถูกวิธี
                3.มีแนวทางที่แน่นอนในการออกแบบและทดสอบชุดคำสั่ง
                4.เอกสารที่ใช้ประกอบในกระบวนการพัฒนาระบบมีความสมบูรณ์
                5.มีการวางแผนและฝึกอบรมผู้ใช้ระบบที่ดี
                6.มีการตรวจสอบหลังการติดตั้งระบบใหม่เป็นระยะ
                7.มีการวางแผนให้มีกระบวนการในการบำรุงรักษาที่ง่าย
                8.การเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต
                     ในการพัฒนาระบบ นักวิเคราะห์ระบบ หรือที่เรียกว่า SA นั้นมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากในการพัฒนาระบบ หน้าที่หลักของนักวิเคราะห์ระบบคือ การวางแผน การวิเคราะห์ระบบและการออกแบบระบบ
               โดยปกติทีมงานพัฒนาระบบประกอบด้วยบุคลดังต่อไปนี้ คณะกรรมการ ผู้จัดการระบบสารสนเทศ ผู้จัดการโครงการ นักวิเคราะห์ระบบ นักเขียนโปรแกรม  เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลและผู้ใช้และผู้จัดการทั่วไป โดยที่การพัฒนาระบบจะสามารถทำได้อยู่ 4 วิธีคือ วิธีเฉพาะเจาะจง วิธีสร้างฐานข้อมูล วิธีจากล่างขึ้นบน และวิธีจากบนลงล่าง
                การพัฒนาระบบสารสนเทศจะมีกระบวนการการพัฒนาระบบแบ่งได้ 5 ขั้นตอนคือ
                1.การสำรวจเบื้องต้น
                2.การวิเคราะห์ความต้องการ
                3.การออกแบบระบบ
                4.การจัดหาอุปกรณ์ของระบบ
                5.การติดตั้งระบบและการบำรุงรักษา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ขั้นตอนในการพัฒนาระบบสารสนเทศ

1. การสำรวจเบื้องต้น (Preliminary Investigation)
         เป็นขั้นตอนแรกของการวิเคราะห์และพัฒนาระบบสารสนเทศ โดยผู้พัฒนาระบบจะสำรวจหาข้อมูลในประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับระบบงาน ได้แก่ ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ความเป็นไปได้ของการพัฒนาระบบที่ต้องการ สิ่งที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกลยุทธ์ในการดำเนินงาน และประมาณการของค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ โดยข้อมูลที่ได้จะนำเสนอให้กับผู้บริหารของหน่วยงานเพื่อที่จะตัดสินใจว่าองค์การสมควรที่จะมีการพัฒนาระบบสารสนเทศหรือไม่ และระบบสารสนเทศทีจะพัฒนาขึ้นสมควรจะมีลักษณะเป็นเช่นไร
            สำรวจปัญหา
               สาเหตุของปัญหาจากการดำเนินงานในปัจจุบัน ความเป็นไปได้กับการสร้างระบบใหม่ การกำหนดความต้องการระหว่างผู้วิเคราะห์กับผู้ใช้งาน โดยข้อมูลเหล่านี้ได้จากการรวบรวมข้อมูลจากการดำเนินงานต่างๆ ไม่สามารทราบข้อมูลในอำเภอและข้อมูลต่างๆและสถานที่ท้องเที่ยวได้ทั้งหมด
            ความเป็นไปได้
               เราสามารถลงพื้นที่ สอบถามข้อมูลในการทำงานได้ ผ่านคนในชุมชนได้ สิ่งที่นำเสนอลงไปคือข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด
            ค่าใช้จ่ายในระบบ
               ยังไม่มีค่ายใช้จ่ายในระบบ แต่มีค่าใช้จ่ายในการลงพื้นที่
2. วิเคราะห์ความต้องการ (Requirements Analysis)
เป็นขั้นตอนที่มุ่งเจาะลึกลงในรายละเอียดที่มากกว่าในขั้นสำรวจเบื้องต้น โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความต้องการของผู้ใช้ การใช้งานในแต่ละด้านของระบบใหม่ ข้อเด่นและข้อด้อยของวิธีการทำงานในปัจจุบัน ตลอดจนการจัดทำรายงานสรุปเพื่อนำเสนอต่อฝ่ายจัดการสำหรับทำการตัดสินใจ
            ค้นหาความต้องการผู้ใช้ การใช้งานแต่ละด้านระบบใหม่ข้อเด่นข้อด้อยเสนอฝ่ายจัดการตัดสินใจ
  เป็นขั้นตอนของการวิเคราะห์การดำเนินงานของระบบปัจจุบัน โดยการนำความต้องการที่ได้มาจากขั้นตอนแรกมาวิเคราะห์ในรายละเอียด เพื่อทำการพัฒนาเป็นแบบจำลองซึ่งประกอบด้วย แผนภาพข้อมูล คำอธิบายการประมวลผลข้อมูล ทำให้ทราบถึงรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงานในระบบว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง มีความเกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กับสิ่งใด
               - ข้อเด่น ข้อมูลที่เราจัดทำลงไปเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด
               - ข้อด้อย เราลงเพื่อนที่ไม่เป็นที่ เราไม่ค่อยทราบแหล่งข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว
3. การออกแบบระบบ (System Design) 
ทีมงานพัฒนาระบบจะทำการออกแบบรายละเอียดในส่วนต่าง ๆ ของระบบสารสนเทศ ได้แก่ การแสดงผลลัพธ์ การป้อนข้อมูล กระบวนการการเก็บรักษา การปฏิบัติงาน และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับระบบงานใหม่ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดหาอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับนำมาพัฒนาเป็นระบบใหม่ต่อไป
            ออกแบบการแสดงผลลัพธ์การป้อนข้อมูล การเก็บรักษา การปฏิบัติงาน และบุคคลกร
   เป็นขั้นตอนการหาผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์ มาพัฒนาให้สอดคล้อง โดยการออกแบบจะเริ่มจากส่วนของอุปกรณ์และเทคโนโลยีต่างๆ และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่นำมาพัฒนา การออกแบบจำลองข้อมูล การออกแบบรายงานบนบล็อกเกอร์ การออกแบบบล็อกเกอร์ ทวิต และเพจเฟสบุ๊ค และการออกแบบจอภาพในการติดต่อกับผู้ใช้งาน
4. จัดหาอุปกรณ์ (System Acquisition)
ทีมงานพัฒนาระบบจะต้องกำหนดส่วนประกอบของระบบทั้งในด้านของอุปกรณ์และชุดคำสั่ง ตลอดจนบริการต่าง ๆ ที่ต้องการจากผู้ขาย ปกติทีมงานพัฒนาระบบจะต้องทำการจัดหาสิ่งที่ต้องการ โดยเปิดให้มีการยื่นข้อเสนอจากผู้ขายอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยทีมพัฒนาระบบจะพิจารณาตัดสินข้อเสนอของผู้ขายแต่ละราย เพื่อนำอุปกรณ์และส่วนประกอบของระบบมาติดตั้งและพัฒนาเป็นระบบใหม่ต่อไป
            จัดหา Hardware และ Software
- Hardware
   เครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้งานในระบบสารสนเทศ ช่วยในการสร้างข้อมูลต่างๆในการทำงาน เช่น อุปกรณ์สำนักงานและเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ โดยฮาร์ดแวร์ที่สำคัญที่สุดในระบบสารสนเทศ คือ เครื่องคอมพิวเตอร์  ฮาร์ดแวร์ของเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งได้ตามหน่วยการทำงาน
- Software
   โปรแกรม คือชุดคำสั่งที่เรียงเป็นลำดับขั้นตอนเพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานและประมวลผลข้อมูลให้ได้สารสนเทศที่ต้องการ ปัจจุบันซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการทำงานระดับบุคคล ระดับกลุ่ม และระดับองค์กร ในการทำงานต่างๆ
5. การบำรุงรักษา (System Implement and Maintenance)  
ทีมงานพัฒนาระบบจะควบคุมและดูแลการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ของระบบใหม่โดยดำเนินการด้วยตนเองหรือจ้างผู้รับเหมา ทีมงานพัฒนาระบบต้องทดสอบการใช้งานว่า ระบบใหม่สามารถปฏิบัติงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์และรูปแบบที่ได้ทำการออกแบบไว้หรือไม่ นอกจากนี้การติดตั้งควรที่จะสำเร็จตามตารางที่กำหนด เพื่อให้ระบบสามารถใช้งานแทนที่ระบบเก่าได้ทันเวลา นอกจากนี้ทีมงานพัฒนาระบบยังมีหน้าที่กำหนดกฎเกณฑ์ในการประเมินและการบำรุงรักษาระบบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับปรุงและบำรุงรักษาให้ระบบใหม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยาวนานที่สุดตลอดอายุของระบบ
               การบำรุงรักษาระบบเป็นขั้นตอนสุดท้ายของวงจรการพัฒนาระบบ หลังจากที่ทำการติดตั้งระบบงานใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งระบบอาจต้องมีการปรับปรุงแก้ไขให้ทันต่อยุคสมัยหรือปรับปรุงข้อผิดพลาดให้ถูกต้อง การบำรุงรักษาระบบเป็นการยืดอายุระบบงานให้ใช้ต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ
            ทดสอบระบบไปตามวัตถุประสงค์
               การทดสอบระบบก่อนที่จะนำไปปฏิบัติการใช้งานจริง โดยจะทำการทดสอบข้อมูลเบื้องต้นก่อน ด้วยการสร้างข้อมูลจำลองเพื่อตรวจสอบการทำงานของระบบ หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นก็ย้อนกลับไปในขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรมใหม่
            ติดตั้งตามตารางเวลาที่กำหนด
               หลังจากที่ได้ทำการทดสอบจนมีความมั่นใจแล้วว่าระบบสามารถทำงานได้จริง และตรงกับความต้องการของผู้ใช้ระบบ จากนั้นจึงดำเนินการติดตั้งระบบเพื่อใช้งานจริงต่อไป
            กำหนดเกณฑ์ประเมินและบำรุงรักษา
การปรับปรุงแก้ไขระบบหลังจากที่ได้มีการติดตั้งและใช้งานแล้ว ในขั้นตอนนี้อาจเกิดปัญหาของโปรแกรม ซึ่งโปรแกรมเมอร์จะต้องรีบแก้ไขให้ถูกต้อง หรือเกิดจากความต้องการของผู้ใช้งานที่ต้องการเพิ่มการทำงานอื่นๆ ซึ่งทั้งนี้ก็จะเกี่ยวข้องกับความต้องการของผู้ใช้ที่เคยตกลงกันก่อนหน้า

การพัฒนาระบบสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพยังต้องมีกระบวนการ หรือขั้นตอนในการพัฒนาระบบที่ดี ประการสำคัญทีมพัฒนาระบบต้องเข้าใจกระบวนการพัฒนาระบบเป็นอย่างดี เพื่อให้สมาชิกแต่ละคนได้รู้หน้าที่และความรับผิดชอบของตนเองอย่างชัดเจน ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินงานพัฒนาระบบเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว





วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562





แนะนำที่พัก

หนองหาน แกรนด์ โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท



318-319 หมู้ 12, ถนนอุดรธานี - สกลนคร , กม.28, ตำบลหนองหาน, หนองหาน, อำเภอหนองหาน, อุดรธานี, ประเทศไทย, 41130


สิ่งอำนวยความสะดวก
เ

ครื่องปรับอากาศ





ห้องอาหาร





สระว่ายน้ำ





แผนกต้อนรับ24ชม.





ที่จอดรถ





WiFi














วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

แนะนำร้านอาหาร

สวนอาหารแพโชคสมบูรณ์ อำเภอหนองหาน, อุดรธานี

ในภาพอาจจะมี ต้นพืช, ต้นไม้ และสถานที่กลางแจ้ง

หลังจากที่ทุกคนได้เดินเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์บ้านเชียงจนเหนื่อยล้าแล้ว วันนี้แอดจะพาไปชิมอาหารอร่อยๆในระแวกบ้านเชียงกันแก้เหนื่อย นั่งแพกลางน้ำได้บรรยากาศผ่อนคลายสุดๆ เมนูจะมีอะไรบ้าง ไปชมภาพยั่วๆกันก่อนเลยจ้าาาาาาาา



ในภาพอาจจะมี อาหาร


ในภาพอาจจะมี อาหาร


ในภาพอาจจะมี อาหาร

ในภาพอาจจะมี อาหาร

ที่อยู่: 192 ถนน อุดร สกล บ้าน หนอง บ่อ หนองหาน อุดรธานี 41130
ชั่วโมง: เปิด ⋅ ปิด 20:00
โทรศัพท์: 089 622 4579


ชุมชนบ้านเชียง ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี
ประวัตความเป็นมา


ประวัติความเป็นมาของบ้านเชียง มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้อพยพมาจากเมืองพวน แขวงเชียงขวางประเทศลาว และได้ข้ามแม่น้ำโขงทางฝั่งเมืองหนองคาย ลัดเลาะมาทางบ้านสามพร้าว บ้านบุญมี และสุดท้ายได้มาเจอดงแพง ซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านเชียงในปัจจุบัน สภาพภูมิประเทศเป็นที่เนินรูปไข่ และมีลำห้วยล้อมรอบเหมาะแก่การทำนา ผู้นำชาวบ้านคือท้าวเชียงใหญ่จึงได้หมายตาเอาไว้ จากนั้นได้อพยพต่อไปจนถึงบ้านยา พักอยู่ที่นั่น 1 คืน จึงได้ขอแยกออกมาจากกลุ่มใหญ่ โดยมีท้าวเชียงคะ ท้าวเชียงนะและ ท้าวเชียงพิน ร่วมมาด้วยและพากันกลับมาตั้งรกรากหักร้างถางพงเพื่อทำที่นาในที่บ้านเชียงปัจจุบันประมาณปี พ.ศ 2370 จึงได้มีชาวลาวจากเมืองพวนอพยพลงมาอยู่ด้วยและกลายเป็นหมู่บ้านใหญ่ ในเวลาต่อมา

อัตลักษณ์ชุมชนบ้านเชียง


ชาวบ้านเชียงสืบสายเลือดกันมากว่า 200 ปี ยึดมั่นประเพณีและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยรวมกันอยู่เป็นหมู่บ้านใหญ่ โดยหารู้ไม่ว่าใต้พื้นแผ่นดินที่พากันตั้งบ้านเรือนอยู่นั้น เคยเป็นอาณาจักรเก่าแก่ที่บรรพบุรุษเคยตั้งบ้านเรือนอยู่ เมื่อประมาณ 7,000 ปีมาแล้ว หลังจากค้นพบ วัตถุโบราณจึงได้เป็น “หมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชน” บ้านพิพิธภัณฑ์ หมู่ที่ 13 ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี วิสัยทัศน์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสืบสานประเพณีอยู่ดีมีสุข คำขวัญ “สะพานไม้ข้ามห้วยนาน้อยร่องรอย อารยธรรม บึงนาคำชวนพิศ ศาลศักดิ์สิทธิ์ปู่ขุนเชียง”

เส้นทางท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชนเส้นทางการท่องเที่ยวภายในชุมชน ประกอบด้วยฐานการต้อนรับและบริการข้อมูล ฐานสะพานไม้โบราณข้ามห้วยนาน้อย ฐานเกษตรพอเพียงเพาะเห็ดและพืชผักสวนครัว ฐานบ้านไม้ไทพวน ฐานปั้นหม้อเขียนสี ฐานแปรรูปอาหารและบ้านโฮมสเตย์ และสุดท้ายชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียงและหลุมขุดค้นวัตถุโบราณที่วัดโพธิ์ศรีใน ผลิตภัณฑ์โดยชุมชนของบ้านเชียง เช่น เขียนหม้อ ตุ๊กตาผ้า สร้อยดอกข้าว รวมทั้งสินค้าอื่นๆ ของบ้านเชียงอีกหลากหลาย

ข้อมูลการติดต่อ 


หมู่บ้านเชียง หมู่ที่ 13 ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี 
นายอารักษ์ ภูมิศรีแก้ว ประธานชุมชนท่องเที่ยวโอทอปนวัตวิถีชุมชนบ้านเชียง โทรศัพท์ 09 6456 6926 
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำหนองหาน จ.อุดรธานี โทรศัพท์ 04226 1162































วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2562



การฝังศพในวัฒนธรรมบ้านเชียง
ลักษณะการฝังศพของคนบ้านเชียงยุคก่อนประวัติศาสตร์มีการฝังสิ่งของต่างๆได้แก่ภาชนะดินเผา อาหารเครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องประดับ รวมกับศพสันนิฐานว่าเพื่อเป็นการอุทิศให้กับผู้ตายและอาจแสดงถึงความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายซึ่งประเภทและปริมาณสิ่งของที่แตกต่างกันอาจแสดงถึงลักษณะทางสังคมของผู้ตายโดยพบว่าปริมาณสิ่งของที่อุทิศให้กับศพในสมัยหลังมีมากขึ้นกว่าสมัยแรกเริ่มรวมทั้งแบบแผนการจัดวางภาชนะดินเผา ลงในหลุมศพแต่ละสมัยมีความแตกต่างกัน














วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

เรียนรู้วิธีปั้นไหบ้านเชียง
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ การปั้นไหบ้านเชียง
ขั้นตอนการปั้นหม้อเริ่มจากการเตรียมดิน ซึ่งดินที่ใช้มี 2 ลักษณะคือ ดินเหนียวละเอียดและดินเชื้อ ดินเหนียวละเอียด คือดินเหนียวที่ชาวบ้านได้มาจากแหล่งดินใกล้หมู่บ้าน เมื่อขุดมาได้แล้วจะนำมาผึ่งแดดให้แห้ง แล้วทุบให้ละเอียด แยกสิ่งเจือปนจำพวกเศษหินเศษไม้ออก จากนั้นก็พรมน้ำให้ชื้นคลุมด้วยผ้าพลาสติกทิ้งไว้ 2 คืน ก็นำมาใช้ได้ ส่วนดินเชื้อ คือดินที่เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยให้เครื่องปั้นดินเผาไม่แตกร้าวใน 

ขั้นตอนการปั้นและการทำดินเชื้อ เริ่มจากเอาดินเหนียวผสมแกลบในอัตราส่วนหนึ่งต่อหนึ่งเทน้ำลงไปแล้วย่ำให้เข้ากันสนิทจนดินข้น ปั้นเป็นก้อน กลมๆ ขนาดผลส้มโอนำไปผึ่งแดดให้แห้ง แล้วนำไปเผาจนสุก จากนั้นก็นำมาตำในครกไม้ให้ละเอียดเอาผงดินไปร่อนในตะแกรง ก็จะได้ดินเชื้อเนื้อละเอียดขนาดเท่าเม็ดสาคูพร้อมที่จะนำไปใช้ปั้น เมื่อได้ดินเชื้อและดินเหนียวตามต้องการก็จะนำมาผสมกันในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 นวดให้เข้ากันแล้วขึ้นรูปโดยใช้หินดุรองเป็นรูปด้านในใช้ไม้ตีด้านนอกตามรูปโค้งของหินดุ แต่ในปัจจุบันจะใช้วิธีการขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน หลังจากตากแห้งจนได้ที่แล้วก็นำไปเผาด้วยฟางข้าวและไม้ฟืนหรือที่เรียกว่า “เตากลางแจ้ง” แต่ทุกวันนี้จะใช้เตาเผาที่ทำเฉพาะในการเผาเครื่องปั้นดินเผา จนสังเกตเห็นดินเป็นสีแดงสุกปลั่ง



เป็นเครื่องปั้นดินเผาประเภทหม้อไห เขียนลายเลียนแบบเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงเหมือนในอดีต แต่ละลายจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไป เช่น ลายก้นหอย ลายรูปสัตว์ และลายตามจินตนาการต่างๆ วัสดุที่ใช้ในการเขียนลาย ประกอบด้วยสี (ซึ่งเป็นดินที่นำมาจากหลุมขุดค้นเก่านำมาฝนให้ละเอียดเป็นผงผสมกับกาว และใช้พู่กันเขียนลาย) การเขียนลายหม้อบ้านเชียงแต่ละใบไม่มีการร่างต้นแบบขึ้นก่อน ใช้วิธีจดจำลายต่างๆ จากที่พบเห็นเครื่องปั้นดินเผาภายในหมู่บ้าน นับเป็นความสามารถและความชำนาญเฉพาะของช่างเขียนลายหม้อบ้านเชียง เครื่องปั้นดินเผาหม้อลายบ้านเชียง สามารถนำไปเป็นของประดับตกแต่งบ้าน สถานที่ต่างๆ หรือเป็นภาชนะใส่ของได้ ทำให้ผู้พบเห็นได้สัมผัสถึงบรรยากาศสมัยบ้านเชียง
1 Day trip บ้านเชียง


การเดินทาง

           การเดินทางไป พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง มีความสะดวก เนื่องจากอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 55 กิโลเมตร สามารถเดินทางตามเส้นทางหมายเลข 22 เส้นอุดรธานี-สกลนคร ตรงกิโลเมตรที่ 50 ก็จะถึงปากทางเข้าบ้านปูลู จะเห็นป้ายบอกทางไปพิพิธภัณฑ์ทางด้านซ้ายมือ เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2225 อีกประมาณ 6 กิโลเมตร ก็จะถึงพิพิธภัณฑ์แล้วล่ะค่ะ

           สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่มีรถยนต์ส่วนบุคคล สามารถเดินทางจากสถานีขนส่งเก่าของจังหวัด (เยื้องกับห้างสรรพสินค้าเซนทรัล) โดยโดยสารรถขนส่งประจำทาง อุดรธานี-บ้านดุง, อุดรธานี-สกลนคร, อุดรธานี-บึงกาฬ มายังสี่แยกหนองเม็กเพื่อต่อมอเตอร์ไซต์รับจ้าง หรือรถสามล้อรับจ้างเข้าสู่แหล่งโบราณคดี

จากการที่ได้เดินเที่ยวอยู่ใน บ้านเชียง 1 วัน เห็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีพของคนยุดนั้นในพิพิธภัณฑ์ ภาพการดำรงชีวิตในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปกว่า 5,000 ปี ร่องรอยของมนุษย์ในสมัยดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองและวัฒนธรรมที่มีพัฒนาการแล้วใน หลาย ๆ ด้าน ทำให้ผมรู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลิน ได้รับสาระความรู้ด้านประวัติศาสตร์ดีๆ เหมือนตัวเองถูกพาย้อนเวลากลับไปเมื่อหลายพันปีก่อน มันช่างรู้สึกบันเทิงสมองและสายตามากมาย


เครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตของคนยุคนั้น ถูกค้นพบโดยคนยุคนี้ ก่อให้เกิดการศึกษาเรียนรู้ตามมามากมาย การสร้างสังคมวัฒนธรรมของมนุษย์ในยุคนั้น โดยเฉพาะด้าน ความรู้ ความสามารถ ภูมิปัญญา จึงถูกหลอมรวมเป็นองค์ความรู้ถ่ายทอดสืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่น จนกลายเป็นประเพณีวัฒนธรรมและการดำเนินวิถึชีวิตของชาวบ้านที่นี่จนถึงทุกวันนี้ นี่แหละคือเสน่ห์ของ บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เที่ยวบ้านเชียง



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เที่ยวบ้านเชียง  à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ เที่ยวบ้านเชียง


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เที่ยวบ้านเชียง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เที่ยวบ้านเชียง
หลักฐานอ้างอิงถึงการอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นของมนุษย์มาหลายพันปี ของพื้นที่บริเวณ บ้านเชียง คือแหล่งโบราณคดี ที่เต็มไปด้วย หม้อไหดินเผาและเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตของคนยุคนั้น นับเป็นเรื่องราวความทรงจำที่มีคุณค่าต่อผืนแผ่นดินไทย อีกทั้งยังครอบคลุมไปถึงแหล่งโบราณคดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกกว่าร้อยแห่ง คณะกรรมการมรดกโลก องค์การยูเนสโก (Unesco) จึงมีมติยอมรับ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ให้ขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกอันดับที่ 359 เมื่อเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2535 ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางโบราณคดีอันดับที่ 4 ของประเทศไทย ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก


เดินทางไปยังเป้าหมายต่อไป พอถึงจุดหมายถึงได้รู้ว่าที่ บ้านเชียง นอกจากวัดโพธิศรีใน ที่มีแหล่งค้นพบโบราณวัตถุแล้ว ยังมีวัดสวย เงียบสงบ อีกหลายแห่ง รถตู้พามาจอด วัดสันติวนาราม วัดที่ขึ้นชื่อเรื่องความแปลกและสวยงาม ตั้งอยู่ หมู่ 11 ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี พอก้าวขาลงจากรถ จะไม่ได้ยินแม้แต่เสียงตามสายที่ป่าวประกาศเรียกร้องให้ทำบุญจนเสียอารมณ์ วัดนี้ สงบ ร่มรืน อุโบสถทรงดอกบัวสีขาวบริสุทธิ์ ตั้งเด่นตระหง่านอยู่กลางน้ำ ดูขลัง สงบ ที่สำคัญ เด่นสง่าสวยงาม ทั้งภายใน ภายนอก เห็นเค้าเล่ามาว่า เป็นพระอุโบสถ แห่งเดียวในไทยที่สร้างเป็นรูปดอกบัวอยู่กลางน้ำแบบนี้


ดิฉันเดินถ่ายภาพบริเวณริมบึงน้ำ ความใสของน้ำทำให้ผมเห็นเหง้าบัวใต้น้ำเต็มไปหมด ช่วงอากาศหนาวดอกบัวคงบาน สีของดอกบัวในบึงคงตัดเชี๊ยะส์กับสีขาวบริสุทธิ์ของพระอุโบสถ ต้องเป็นภาพที่งดงามแน่ๆ หรือถ้าเป็นวันสำคัญทางศาสนา ภาพเวียนเทียนรอบพระอุโบสถดอกบัวกลางน้ำแห่งนี้ คงจะเรียกความฮือฮาจากบรรดาช่างภาพได้เหมือนกัน วัดนี้ถ้าบริหารจัดการดีๆ ถือเป็นไฮไลท์แลนด์มารค์ของบ้านเชียงได้เลยด้วย


บ้านเชียง สิ่งที่ดิฉันสัมผัสได้ ที่นี่เป็นเมืองน่ารักและดูถ่อมตนอยู่ในที่ตั้ง มีวัฒนธรรม มีประวัติศาสตร์ มีคุณค่าในตัวเองอย่างหยั่งรากลึก มีวิถีชีวิตไม่เร่งรีบ มีแหล่งอาหารคุณภาพ มีวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารระดับพรีเมี่ยม อร่อย ราคาไม่แพง มีแหล่งธรรมชาติที่เป็นพลังใจรอบเมืองโดยไม่ต้องแก่งแย่งกับใคร มีวิถีดำรงชีพชาวไทพวนให้ชม ทอผ้า ย้อมคราม ทำเครื่องจักสาน ทำไวน์พื้นถิ่น แต่ถ้าอยากชมอย่างได้อรรถรส ทางชุมชนก็มี Ambassador Banchiang เป็นไกด์คอยบรรยายและพาเที่ยวชม มีทั้ง ยุวชนวัยเด็กน้อยน่ารัก จนถึง วัยสาวสวยใสผู้ใหญ่ชอบ นี่เป็นจุดแข็งของ บ้านเชียง ที่นำไปต่อยอดเป็นจุดขายสำหรับการท่องเที่ยวโดยชุมชนได้เลย

ที่พัก โฮมสเตย์ เฮือนโบราณสไตล์ไทพวนแท้ๆ ก็มีให้เลือกพักมากมายหลายหลัง ทุกหลังสะดวกสบาย เจ้าของบ้านน่ารักจิตใจโอบอ้อมอารีย์อยู่ในโลเคชั่นที่ยอดเยี่ยม นอนหลับได้อย่างเป็นสุข จะลุกจะนั่งก็สบาย อยากขับถ่ายกลางค่ำกลางคืนก็แสนสะดวก รองรับนักท่องเที่ยวได้ร่วม 200 คน/วัน

ดิฉันได้เดินชม พิพิธภัณฑ์ไทพวนบ้านเชียง ได้เห็นการสาธิตวิธี ขึ้นหม้อ ก่อไห ลงลาย ป้ายสี ไหหม้อใหม่ทั้งใหญ่ทั้งเล็ก ผ้าซิ่น ผ้าทอ ผ้าพันคอ หมวก กระเป๋า ผ้าย้อมคราม เครื่องจักสาน ก็มีวางจำหน่าย เส้นสายลวดลายบนหม้อไหและลายผ้าซิ่นที่นี่ ล้วนมีอัตตลักษณ์ที่ถูกต่อยอดมาจากอารยธรรมเก่าแก่และวิถีชีวิตของท้องถิ่น นักเลงผ้าซิ่น นักสะสมผ้าไทยทอมือ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ดิฉันนี่ยังโมโหตัวเองเลย มัวแต่เดินตามสาวถ่ายภาพ หลงชอบกระเป๋าผ้าตั้งแต่แรกพบ อุตส่าห์เล็งไว้ ลืมซื้อเฉยเลย