แนะนำบเ้านเชียง

วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

1 Day trip บ้านเชียง


การเดินทาง

           การเดินทางไป พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง มีความสะดวก เนื่องจากอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 55 กิโลเมตร สามารถเดินทางตามเส้นทางหมายเลข 22 เส้นอุดรธานี-สกลนคร ตรงกิโลเมตรที่ 50 ก็จะถึงปากทางเข้าบ้านปูลู จะเห็นป้ายบอกทางไปพิพิธภัณฑ์ทางด้านซ้ายมือ เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2225 อีกประมาณ 6 กิโลเมตร ก็จะถึงพิพิธภัณฑ์แล้วล่ะค่ะ

           สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่มีรถยนต์ส่วนบุคคล สามารถเดินทางจากสถานีขนส่งเก่าของจังหวัด (เยื้องกับห้างสรรพสินค้าเซนทรัล) โดยโดยสารรถขนส่งประจำทาง อุดรธานี-บ้านดุง, อุดรธานี-สกลนคร, อุดรธานี-บึงกาฬ มายังสี่แยกหนองเม็กเพื่อต่อมอเตอร์ไซต์รับจ้าง หรือรถสามล้อรับจ้างเข้าสู่แหล่งโบราณคดี

จากการที่ได้เดินเที่ยวอยู่ใน บ้านเชียง 1 วัน เห็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีพของคนยุดนั้นในพิพิธภัณฑ์ ภาพการดำรงชีวิตในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปกว่า 5,000 ปี ร่องรอยของมนุษย์ในสมัยดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองและวัฒนธรรมที่มีพัฒนาการแล้วใน หลาย ๆ ด้าน ทำให้ผมรู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลิน ได้รับสาระความรู้ด้านประวัติศาสตร์ดีๆ เหมือนตัวเองถูกพาย้อนเวลากลับไปเมื่อหลายพันปีก่อน มันช่างรู้สึกบันเทิงสมองและสายตามากมาย


เครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตของคนยุคนั้น ถูกค้นพบโดยคนยุคนี้ ก่อให้เกิดการศึกษาเรียนรู้ตามมามากมาย การสร้างสังคมวัฒนธรรมของมนุษย์ในยุคนั้น โดยเฉพาะด้าน ความรู้ ความสามารถ ภูมิปัญญา จึงถูกหลอมรวมเป็นองค์ความรู้ถ่ายทอดสืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่น จนกลายเป็นประเพณีวัฒนธรรมและการดำเนินวิถึชีวิตของชาวบ้านที่นี่จนถึงทุกวันนี้ นี่แหละคือเสน่ห์ของ บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เที่ยวบ้านเชียง



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เที่ยวบ้านเชียง  à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ เที่ยวบ้านเชียง


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เที่ยวบ้านเชียง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เที่ยวบ้านเชียง
หลักฐานอ้างอิงถึงการอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นของมนุษย์มาหลายพันปี ของพื้นที่บริเวณ บ้านเชียง คือแหล่งโบราณคดี ที่เต็มไปด้วย หม้อไหดินเผาและเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตของคนยุคนั้น นับเป็นเรื่องราวความทรงจำที่มีคุณค่าต่อผืนแผ่นดินไทย อีกทั้งยังครอบคลุมไปถึงแหล่งโบราณคดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกกว่าร้อยแห่ง คณะกรรมการมรดกโลก องค์การยูเนสโก (Unesco) จึงมีมติยอมรับ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ให้ขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกอันดับที่ 359 เมื่อเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2535 ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางโบราณคดีอันดับที่ 4 ของประเทศไทย ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก


เดินทางไปยังเป้าหมายต่อไป พอถึงจุดหมายถึงได้รู้ว่าที่ บ้านเชียง นอกจากวัดโพธิศรีใน ที่มีแหล่งค้นพบโบราณวัตถุแล้ว ยังมีวัดสวย เงียบสงบ อีกหลายแห่ง รถตู้พามาจอด วัดสันติวนาราม วัดที่ขึ้นชื่อเรื่องความแปลกและสวยงาม ตั้งอยู่ หมู่ 11 ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี พอก้าวขาลงจากรถ จะไม่ได้ยินแม้แต่เสียงตามสายที่ป่าวประกาศเรียกร้องให้ทำบุญจนเสียอารมณ์ วัดนี้ สงบ ร่มรืน อุโบสถทรงดอกบัวสีขาวบริสุทธิ์ ตั้งเด่นตระหง่านอยู่กลางน้ำ ดูขลัง สงบ ที่สำคัญ เด่นสง่าสวยงาม ทั้งภายใน ภายนอก เห็นเค้าเล่ามาว่า เป็นพระอุโบสถ แห่งเดียวในไทยที่สร้างเป็นรูปดอกบัวอยู่กลางน้ำแบบนี้


ดิฉันเดินถ่ายภาพบริเวณริมบึงน้ำ ความใสของน้ำทำให้ผมเห็นเหง้าบัวใต้น้ำเต็มไปหมด ช่วงอากาศหนาวดอกบัวคงบาน สีของดอกบัวในบึงคงตัดเชี๊ยะส์กับสีขาวบริสุทธิ์ของพระอุโบสถ ต้องเป็นภาพที่งดงามแน่ๆ หรือถ้าเป็นวันสำคัญทางศาสนา ภาพเวียนเทียนรอบพระอุโบสถดอกบัวกลางน้ำแห่งนี้ คงจะเรียกความฮือฮาจากบรรดาช่างภาพได้เหมือนกัน วัดนี้ถ้าบริหารจัดการดีๆ ถือเป็นไฮไลท์แลนด์มารค์ของบ้านเชียงได้เลยด้วย


บ้านเชียง สิ่งที่ดิฉันสัมผัสได้ ที่นี่เป็นเมืองน่ารักและดูถ่อมตนอยู่ในที่ตั้ง มีวัฒนธรรม มีประวัติศาสตร์ มีคุณค่าในตัวเองอย่างหยั่งรากลึก มีวิถีชีวิตไม่เร่งรีบ มีแหล่งอาหารคุณภาพ มีวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารระดับพรีเมี่ยม อร่อย ราคาไม่แพง มีแหล่งธรรมชาติที่เป็นพลังใจรอบเมืองโดยไม่ต้องแก่งแย่งกับใคร มีวิถีดำรงชีพชาวไทพวนให้ชม ทอผ้า ย้อมคราม ทำเครื่องจักสาน ทำไวน์พื้นถิ่น แต่ถ้าอยากชมอย่างได้อรรถรส ทางชุมชนก็มี Ambassador Banchiang เป็นไกด์คอยบรรยายและพาเที่ยวชม มีทั้ง ยุวชนวัยเด็กน้อยน่ารัก จนถึง วัยสาวสวยใสผู้ใหญ่ชอบ นี่เป็นจุดแข็งของ บ้านเชียง ที่นำไปต่อยอดเป็นจุดขายสำหรับการท่องเที่ยวโดยชุมชนได้เลย

ที่พัก โฮมสเตย์ เฮือนโบราณสไตล์ไทพวนแท้ๆ ก็มีให้เลือกพักมากมายหลายหลัง ทุกหลังสะดวกสบาย เจ้าของบ้านน่ารักจิตใจโอบอ้อมอารีย์อยู่ในโลเคชั่นที่ยอดเยี่ยม นอนหลับได้อย่างเป็นสุข จะลุกจะนั่งก็สบาย อยากขับถ่ายกลางค่ำกลางคืนก็แสนสะดวก รองรับนักท่องเที่ยวได้ร่วม 200 คน/วัน

ดิฉันได้เดินชม พิพิธภัณฑ์ไทพวนบ้านเชียง ได้เห็นการสาธิตวิธี ขึ้นหม้อ ก่อไห ลงลาย ป้ายสี ไหหม้อใหม่ทั้งใหญ่ทั้งเล็ก ผ้าซิ่น ผ้าทอ ผ้าพันคอ หมวก กระเป๋า ผ้าย้อมคราม เครื่องจักสาน ก็มีวางจำหน่าย เส้นสายลวดลายบนหม้อไหและลายผ้าซิ่นที่นี่ ล้วนมีอัตตลักษณ์ที่ถูกต่อยอดมาจากอารยธรรมเก่าแก่และวิถีชีวิตของท้องถิ่น นักเลงผ้าซิ่น นักสะสมผ้าไทยทอมือ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ดิฉันนี่ยังโมโหตัวเองเลย มัวแต่เดินตามสาวถ่ายภาพ หลงชอบกระเป๋าผ้าตั้งแต่แรกพบ อุตส่าห์เล็งไว้ ลืมซื้อเฉยเลย



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น