แนะนำบเ้านเชียง

วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

แนะนำร้านอาหาร

สวนอาหารแพโชคสมบูรณ์ อำเภอหนองหาน, อุดรธานี

ในภาพอาจจะมี ต้นพืช, ต้นไม้ และสถานที่กลางแจ้ง

หลังจากที่ทุกคนได้เดินเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์บ้านเชียงจนเหนื่อยล้าแล้ว วันนี้แอดจะพาไปชิมอาหารอร่อยๆในระแวกบ้านเชียงกันแก้เหนื่อย นั่งแพกลางน้ำได้บรรยากาศผ่อนคลายสุดๆ เมนูจะมีอะไรบ้าง ไปชมภาพยั่วๆกันก่อนเลยจ้าาาาาาาา



ในภาพอาจจะมี อาหาร


ในภาพอาจจะมี อาหาร


ในภาพอาจจะมี อาหาร

ในภาพอาจจะมี อาหาร

ที่อยู่: 192 ถนน อุดร สกล บ้าน หนอง บ่อ หนองหาน อุดรธานี 41130
ชั่วโมง: เปิด ⋅ ปิด 20:00
โทรศัพท์: 089 622 4579


ชุมชนบ้านเชียง ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี
ประวัตความเป็นมา


ประวัติความเป็นมาของบ้านเชียง มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้อพยพมาจากเมืองพวน แขวงเชียงขวางประเทศลาว และได้ข้ามแม่น้ำโขงทางฝั่งเมืองหนองคาย ลัดเลาะมาทางบ้านสามพร้าว บ้านบุญมี และสุดท้ายได้มาเจอดงแพง ซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านเชียงในปัจจุบัน สภาพภูมิประเทศเป็นที่เนินรูปไข่ และมีลำห้วยล้อมรอบเหมาะแก่การทำนา ผู้นำชาวบ้านคือท้าวเชียงใหญ่จึงได้หมายตาเอาไว้ จากนั้นได้อพยพต่อไปจนถึงบ้านยา พักอยู่ที่นั่น 1 คืน จึงได้ขอแยกออกมาจากกลุ่มใหญ่ โดยมีท้าวเชียงคะ ท้าวเชียงนะและ ท้าวเชียงพิน ร่วมมาด้วยและพากันกลับมาตั้งรกรากหักร้างถางพงเพื่อทำที่นาในที่บ้านเชียงปัจจุบันประมาณปี พ.ศ 2370 จึงได้มีชาวลาวจากเมืองพวนอพยพลงมาอยู่ด้วยและกลายเป็นหมู่บ้านใหญ่ ในเวลาต่อมา

อัตลักษณ์ชุมชนบ้านเชียง


ชาวบ้านเชียงสืบสายเลือดกันมากว่า 200 ปี ยึดมั่นประเพณีและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยรวมกันอยู่เป็นหมู่บ้านใหญ่ โดยหารู้ไม่ว่าใต้พื้นแผ่นดินที่พากันตั้งบ้านเรือนอยู่นั้น เคยเป็นอาณาจักรเก่าแก่ที่บรรพบุรุษเคยตั้งบ้านเรือนอยู่ เมื่อประมาณ 7,000 ปีมาแล้ว หลังจากค้นพบ วัตถุโบราณจึงได้เป็น “หมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชน” บ้านพิพิธภัณฑ์ หมู่ที่ 13 ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี วิสัยทัศน์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสืบสานประเพณีอยู่ดีมีสุข คำขวัญ “สะพานไม้ข้ามห้วยนาน้อยร่องรอย อารยธรรม บึงนาคำชวนพิศ ศาลศักดิ์สิทธิ์ปู่ขุนเชียง”

เส้นทางท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชนเส้นทางการท่องเที่ยวภายในชุมชน ประกอบด้วยฐานการต้อนรับและบริการข้อมูล ฐานสะพานไม้โบราณข้ามห้วยนาน้อย ฐานเกษตรพอเพียงเพาะเห็ดและพืชผักสวนครัว ฐานบ้านไม้ไทพวน ฐานปั้นหม้อเขียนสี ฐานแปรรูปอาหารและบ้านโฮมสเตย์ และสุดท้ายชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียงและหลุมขุดค้นวัตถุโบราณที่วัดโพธิ์ศรีใน ผลิตภัณฑ์โดยชุมชนของบ้านเชียง เช่น เขียนหม้อ ตุ๊กตาผ้า สร้อยดอกข้าว รวมทั้งสินค้าอื่นๆ ของบ้านเชียงอีกหลากหลาย

ข้อมูลการติดต่อ 


หมู่บ้านเชียง หมู่ที่ 13 ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี 
นายอารักษ์ ภูมิศรีแก้ว ประธานชุมชนท่องเที่ยวโอทอปนวัตวิถีชุมชนบ้านเชียง โทรศัพท์ 09 6456 6926 
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำหนองหาน จ.อุดรธานี โทรศัพท์ 04226 1162































วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2562



การฝังศพในวัฒนธรรมบ้านเชียง
ลักษณะการฝังศพของคนบ้านเชียงยุคก่อนประวัติศาสตร์มีการฝังสิ่งของต่างๆได้แก่ภาชนะดินเผา อาหารเครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องประดับ รวมกับศพสันนิฐานว่าเพื่อเป็นการอุทิศให้กับผู้ตายและอาจแสดงถึงความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายซึ่งประเภทและปริมาณสิ่งของที่แตกต่างกันอาจแสดงถึงลักษณะทางสังคมของผู้ตายโดยพบว่าปริมาณสิ่งของที่อุทิศให้กับศพในสมัยหลังมีมากขึ้นกว่าสมัยแรกเริ่มรวมทั้งแบบแผนการจัดวางภาชนะดินเผา ลงในหลุมศพแต่ละสมัยมีความแตกต่างกัน














วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

เรียนรู้วิธีปั้นไหบ้านเชียง
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ การปั้นไหบ้านเชียง
ขั้นตอนการปั้นหม้อเริ่มจากการเตรียมดิน ซึ่งดินที่ใช้มี 2 ลักษณะคือ ดินเหนียวละเอียดและดินเชื้อ ดินเหนียวละเอียด คือดินเหนียวที่ชาวบ้านได้มาจากแหล่งดินใกล้หมู่บ้าน เมื่อขุดมาได้แล้วจะนำมาผึ่งแดดให้แห้ง แล้วทุบให้ละเอียด แยกสิ่งเจือปนจำพวกเศษหินเศษไม้ออก จากนั้นก็พรมน้ำให้ชื้นคลุมด้วยผ้าพลาสติกทิ้งไว้ 2 คืน ก็นำมาใช้ได้ ส่วนดินเชื้อ คือดินที่เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยให้เครื่องปั้นดินเผาไม่แตกร้าวใน 

ขั้นตอนการปั้นและการทำดินเชื้อ เริ่มจากเอาดินเหนียวผสมแกลบในอัตราส่วนหนึ่งต่อหนึ่งเทน้ำลงไปแล้วย่ำให้เข้ากันสนิทจนดินข้น ปั้นเป็นก้อน กลมๆ ขนาดผลส้มโอนำไปผึ่งแดดให้แห้ง แล้วนำไปเผาจนสุก จากนั้นก็นำมาตำในครกไม้ให้ละเอียดเอาผงดินไปร่อนในตะแกรง ก็จะได้ดินเชื้อเนื้อละเอียดขนาดเท่าเม็ดสาคูพร้อมที่จะนำไปใช้ปั้น เมื่อได้ดินเชื้อและดินเหนียวตามต้องการก็จะนำมาผสมกันในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 นวดให้เข้ากันแล้วขึ้นรูปโดยใช้หินดุรองเป็นรูปด้านในใช้ไม้ตีด้านนอกตามรูปโค้งของหินดุ แต่ในปัจจุบันจะใช้วิธีการขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน หลังจากตากแห้งจนได้ที่แล้วก็นำไปเผาด้วยฟางข้าวและไม้ฟืนหรือที่เรียกว่า “เตากลางแจ้ง” แต่ทุกวันนี้จะใช้เตาเผาที่ทำเฉพาะในการเผาเครื่องปั้นดินเผา จนสังเกตเห็นดินเป็นสีแดงสุกปลั่ง



เป็นเครื่องปั้นดินเผาประเภทหม้อไห เขียนลายเลียนแบบเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงเหมือนในอดีต แต่ละลายจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไป เช่น ลายก้นหอย ลายรูปสัตว์ และลายตามจินตนาการต่างๆ วัสดุที่ใช้ในการเขียนลาย ประกอบด้วยสี (ซึ่งเป็นดินที่นำมาจากหลุมขุดค้นเก่านำมาฝนให้ละเอียดเป็นผงผสมกับกาว และใช้พู่กันเขียนลาย) การเขียนลายหม้อบ้านเชียงแต่ละใบไม่มีการร่างต้นแบบขึ้นก่อน ใช้วิธีจดจำลายต่างๆ จากที่พบเห็นเครื่องปั้นดินเผาภายในหมู่บ้าน นับเป็นความสามารถและความชำนาญเฉพาะของช่างเขียนลายหม้อบ้านเชียง เครื่องปั้นดินเผาหม้อลายบ้านเชียง สามารถนำไปเป็นของประดับตกแต่งบ้าน สถานที่ต่างๆ หรือเป็นภาชนะใส่ของได้ ทำให้ผู้พบเห็นได้สัมผัสถึงบรรยากาศสมัยบ้านเชียง
1 Day trip บ้านเชียง


การเดินทาง

           การเดินทางไป พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง มีความสะดวก เนื่องจากอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 55 กิโลเมตร สามารถเดินทางตามเส้นทางหมายเลข 22 เส้นอุดรธานี-สกลนคร ตรงกิโลเมตรที่ 50 ก็จะถึงปากทางเข้าบ้านปูลู จะเห็นป้ายบอกทางไปพิพิธภัณฑ์ทางด้านซ้ายมือ เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2225 อีกประมาณ 6 กิโลเมตร ก็จะถึงพิพิธภัณฑ์แล้วล่ะค่ะ

           สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่มีรถยนต์ส่วนบุคคล สามารถเดินทางจากสถานีขนส่งเก่าของจังหวัด (เยื้องกับห้างสรรพสินค้าเซนทรัล) โดยโดยสารรถขนส่งประจำทาง อุดรธานี-บ้านดุง, อุดรธานี-สกลนคร, อุดรธานี-บึงกาฬ มายังสี่แยกหนองเม็กเพื่อต่อมอเตอร์ไซต์รับจ้าง หรือรถสามล้อรับจ้างเข้าสู่แหล่งโบราณคดี

จากการที่ได้เดินเที่ยวอยู่ใน บ้านเชียง 1 วัน เห็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีพของคนยุดนั้นในพิพิธภัณฑ์ ภาพการดำรงชีวิตในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปกว่า 5,000 ปี ร่องรอยของมนุษย์ในสมัยดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองและวัฒนธรรมที่มีพัฒนาการแล้วใน หลาย ๆ ด้าน ทำให้ผมรู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลิน ได้รับสาระความรู้ด้านประวัติศาสตร์ดีๆ เหมือนตัวเองถูกพาย้อนเวลากลับไปเมื่อหลายพันปีก่อน มันช่างรู้สึกบันเทิงสมองและสายตามากมาย


เครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตของคนยุคนั้น ถูกค้นพบโดยคนยุคนี้ ก่อให้เกิดการศึกษาเรียนรู้ตามมามากมาย การสร้างสังคมวัฒนธรรมของมนุษย์ในยุคนั้น โดยเฉพาะด้าน ความรู้ ความสามารถ ภูมิปัญญา จึงถูกหลอมรวมเป็นองค์ความรู้ถ่ายทอดสืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่น จนกลายเป็นประเพณีวัฒนธรรมและการดำเนินวิถึชีวิตของชาวบ้านที่นี่จนถึงทุกวันนี้ นี่แหละคือเสน่ห์ของ บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เที่ยวบ้านเชียง



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เที่ยวบ้านเชียง  à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ เที่ยวบ้านเชียง


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เที่ยวบ้านเชียง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เที่ยวบ้านเชียง
หลักฐานอ้างอิงถึงการอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นของมนุษย์มาหลายพันปี ของพื้นที่บริเวณ บ้านเชียง คือแหล่งโบราณคดี ที่เต็มไปด้วย หม้อไหดินเผาและเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตของคนยุคนั้น นับเป็นเรื่องราวความทรงจำที่มีคุณค่าต่อผืนแผ่นดินไทย อีกทั้งยังครอบคลุมไปถึงแหล่งโบราณคดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกกว่าร้อยแห่ง คณะกรรมการมรดกโลก องค์การยูเนสโก (Unesco) จึงมีมติยอมรับ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ให้ขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกอันดับที่ 359 เมื่อเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2535 ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางโบราณคดีอันดับที่ 4 ของประเทศไทย ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก


เดินทางไปยังเป้าหมายต่อไป พอถึงจุดหมายถึงได้รู้ว่าที่ บ้านเชียง นอกจากวัดโพธิศรีใน ที่มีแหล่งค้นพบโบราณวัตถุแล้ว ยังมีวัดสวย เงียบสงบ อีกหลายแห่ง รถตู้พามาจอด วัดสันติวนาราม วัดที่ขึ้นชื่อเรื่องความแปลกและสวยงาม ตั้งอยู่ หมู่ 11 ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี พอก้าวขาลงจากรถ จะไม่ได้ยินแม้แต่เสียงตามสายที่ป่าวประกาศเรียกร้องให้ทำบุญจนเสียอารมณ์ วัดนี้ สงบ ร่มรืน อุโบสถทรงดอกบัวสีขาวบริสุทธิ์ ตั้งเด่นตระหง่านอยู่กลางน้ำ ดูขลัง สงบ ที่สำคัญ เด่นสง่าสวยงาม ทั้งภายใน ภายนอก เห็นเค้าเล่ามาว่า เป็นพระอุโบสถ แห่งเดียวในไทยที่สร้างเป็นรูปดอกบัวอยู่กลางน้ำแบบนี้


ดิฉันเดินถ่ายภาพบริเวณริมบึงน้ำ ความใสของน้ำทำให้ผมเห็นเหง้าบัวใต้น้ำเต็มไปหมด ช่วงอากาศหนาวดอกบัวคงบาน สีของดอกบัวในบึงคงตัดเชี๊ยะส์กับสีขาวบริสุทธิ์ของพระอุโบสถ ต้องเป็นภาพที่งดงามแน่ๆ หรือถ้าเป็นวันสำคัญทางศาสนา ภาพเวียนเทียนรอบพระอุโบสถดอกบัวกลางน้ำแห่งนี้ คงจะเรียกความฮือฮาจากบรรดาช่างภาพได้เหมือนกัน วัดนี้ถ้าบริหารจัดการดีๆ ถือเป็นไฮไลท์แลนด์มารค์ของบ้านเชียงได้เลยด้วย


บ้านเชียง สิ่งที่ดิฉันสัมผัสได้ ที่นี่เป็นเมืองน่ารักและดูถ่อมตนอยู่ในที่ตั้ง มีวัฒนธรรม มีประวัติศาสตร์ มีคุณค่าในตัวเองอย่างหยั่งรากลึก มีวิถีชีวิตไม่เร่งรีบ มีแหล่งอาหารคุณภาพ มีวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารระดับพรีเมี่ยม อร่อย ราคาไม่แพง มีแหล่งธรรมชาติที่เป็นพลังใจรอบเมืองโดยไม่ต้องแก่งแย่งกับใคร มีวิถีดำรงชีพชาวไทพวนให้ชม ทอผ้า ย้อมคราม ทำเครื่องจักสาน ทำไวน์พื้นถิ่น แต่ถ้าอยากชมอย่างได้อรรถรส ทางชุมชนก็มี Ambassador Banchiang เป็นไกด์คอยบรรยายและพาเที่ยวชม มีทั้ง ยุวชนวัยเด็กน้อยน่ารัก จนถึง วัยสาวสวยใสผู้ใหญ่ชอบ นี่เป็นจุดแข็งของ บ้านเชียง ที่นำไปต่อยอดเป็นจุดขายสำหรับการท่องเที่ยวโดยชุมชนได้เลย

ที่พัก โฮมสเตย์ เฮือนโบราณสไตล์ไทพวนแท้ๆ ก็มีให้เลือกพักมากมายหลายหลัง ทุกหลังสะดวกสบาย เจ้าของบ้านน่ารักจิตใจโอบอ้อมอารีย์อยู่ในโลเคชั่นที่ยอดเยี่ยม นอนหลับได้อย่างเป็นสุข จะลุกจะนั่งก็สบาย อยากขับถ่ายกลางค่ำกลางคืนก็แสนสะดวก รองรับนักท่องเที่ยวได้ร่วม 200 คน/วัน

ดิฉันได้เดินชม พิพิธภัณฑ์ไทพวนบ้านเชียง ได้เห็นการสาธิตวิธี ขึ้นหม้อ ก่อไห ลงลาย ป้ายสี ไหหม้อใหม่ทั้งใหญ่ทั้งเล็ก ผ้าซิ่น ผ้าทอ ผ้าพันคอ หมวก กระเป๋า ผ้าย้อมคราม เครื่องจักสาน ก็มีวางจำหน่าย เส้นสายลวดลายบนหม้อไหและลายผ้าซิ่นที่นี่ ล้วนมีอัตตลักษณ์ที่ถูกต่อยอดมาจากอารยธรรมเก่าแก่และวิถีชีวิตของท้องถิ่น นักเลงผ้าซิ่น นักสะสมผ้าไทยทอมือ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ดิฉันนี่ยังโมโหตัวเองเลย มัวแต่เดินตามสาวถ่ายภาพ หลงชอบกระเป๋าผ้าตั้งแต่แรกพบ อุตส่าห์เล็งไว้ ลืมซื้อเฉยเลย



วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

   แนะนำร้าน

11


12



ร้านอาหารเด็ดเพิ่งเปิดชื่อร้าน 23 studio การตกแต่งร้าน ซึ่งออกแนวคราฟท์และเป็นที่แรกของบ้านเชียง อาหารเมนูชื่อแปลก ซี่โครงไดโนเสาร์ ถั่วขออีกจาน พุงแซลมอนทอด อาหารดี ถ่ายภาพก็อร่อย

วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2562




สถานที่ใกล้เคียงพิพิธภัณฑ์บ้านเชียง


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วัดดอกบัวบ้านเชียง

อุโบสถดอกบัวกลางน้ำ ตั้งอยู่ที่ วัดสันติวนาราม พุทธอุทยานบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ใกล้กับแหล่งมรดกโลกชุมชนบ้านเชียง เป็นพระอุโบสถทรงดอกบัวสีขาวหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่ตั้งโดดเด่นกลางน้ำมีสะพานทางเดินเชื่อมไปยังพระอุโบสถ ส่วนภายในวิจิตรตระการตาด้วยภาพวาดฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติ มีองค์พระประธานสีขาวโดดเด่นอยู่ภายในอุโบสถ บริเวณโดยรอบอุโบสถยังโอบล้อมไปด้วยบึงน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งมีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก สามารถทำทานด้วยการให้อาหารปลาได้อีกด้วย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วัดดอกบัวบ้านเชียง


วัดสันติวนาราม ตั้งอยู่ห่างจากชุมชนบ้านเชียงไปตามถนนสายบ้านเชียง อ.ทุ่งฝน ประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในวัดกว้างขวาง สะอาด สงบ ร่มรื่นสวยงาม

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


พระอุโบสถดอกบัวมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 19 เมตร สูง 19 เมตร ประกอบด้วยดอกบัว 24 กลีบ และมีพญานาค 2 ตัวอยู่ด้านหน้ามีสะพานทางเดินติดราวสเตนลเสทอดยาวไปถึงตัวอุโบสถ ตั้งอยู่กลางหนองน้ำ ที่ชาวบ้านเรียกหนองน้ำนี้ว่า หนองน้ำอีสานเขียว ซึ่งมีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก สามารถทำทานด้วยการให้อาหารปลาได้อีกด้วย



พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง มีสถานที่ให้ชม 2 ส่วน คือ...




ส่วนที่ 1 ตั้งอยู่ทางด้านขวาของทางเข้า อยู่ในบริเวณวัดโพธิ์ศรีใน เป็นพิพิธภัณฑ์เปิดที่เป็นแหล่งโบราณคดีแห่งแรกในประเทศไทย เป็นนิทรรศการถาวร ซึ่งแสดงขั้นตอนการขุดค้นทางโบราณคดี ที่ยังคงลักษณะของศิลปวัตถุที่พบตามชั้นดิน เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ศึกษาถึงการขุดค้นทางโบราณคดี และโบราณวัตถุ โดยส่วนใหญ่เป็นภาชนะเผาที่ฝังรวมกับศพที่กลายมาเป็นโครงกระดูกในปัจจุบัน ค่ะ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


 

ส่วนที่ 2 ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายของทางเข้าเป็นอาคาร ที่จัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวและวัฒนธรรมของบ้านเชียงในอดีต ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ที่แสดงถึงเทคโนโลยีในสมัยโบราณ รวมทั้งโบราณวัตถุ และนิทรรศการบ้านเชียงที่เคยจัดแสดง ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา มาแล้วค่ะ นอกจากนั้น ภายในบริเวณอาคารส่วนที่ 2 ยังมีห้องนิทรรศการ ห้องบรรยาย ฉายภาพยนตร์ ภาพนิ่ง และการให้บริการการศึกษาต่างอีกด้วยค่ะ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แนะนำบ้านเชียง




โดยส่วนใหญ่แล้วนัก ท่องเที่ยวที่เดินทางจะเป็นนักโบราณคดีและบุคคลทั่วไป ที่ให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวและศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ใน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง เพราะสถานที่แห่งนี้มีหลักฐานทางโบรณคดีต่าง ๆ ล้วนแสดงให้เห็นถึงศิลปะการดำรงชีวิตของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงโบราณวัตถุประเภทต่าง ๆ ทำจากวัสดุนานาชนิดที่ช่วยสร้างความเข้าใจเรื่องสังคมและเทคโนโลยี การขุดค้นที่บ้านเชียงยังพบกระดูกสัตว์ชนิดต่าง ๆ และเปลือกหอยด้วย ซึ่งทำให้เข้าใจและอธิบายถึงวิถีทางการดำเนินชีวิตของมนุษย์ในสมัยก่อน ประวัติศาสตร์ โดยหลักฐานที่พบ คือ การขวานทำจากเหล็กและกระดูกควาย ก็สรุปได้ว่ามนุษย์รู้จักการทำนาในที่ลุ่ม และมีการไถนาแล้วเมื่อ ราวเกือบ 3 พันปีมาแล้ว รวมทั้งกระดูกสัตว์ต่าง ๆ และเปลือกหอยหลายชนิด โดยนักโบราณคดีสามารถจำแนกโครงกระดูกของสัตว์เลี้ยง หรือสัตว์ที่ถูกล่ามาเป็นอาการได้เลยจากหลักฐานดังกล่าวค่ะ


อัตราค่าเข้าชม : ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท

ที่อยู่ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 13 ถนนสุทธิพงษ์ ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี 41320

โทรศัพท์ : 0 4220 8340 โทรสาร : 0 4220 8341

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวันอังคาร-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2562





                                                                   ร้ายขายของที่ระลึก


ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ  à¹ƒà¸™à¸ à¸²à¸žà¸­à¸²à¸ˆà¸ˆà¸°à¸¡à¸µ สถานที่ในร่ม  à¹ƒà¸™à¸ à¸²à¸žà¸­à¸²à¸ˆà¸ˆà¸°à¸¡à¸µ สถานที่ในร่ม

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และสถานที่กลางแจ้ง  à¹ƒà¸™à¸ à¸²à¸žà¸­à¸²à¸ˆà¸ˆà¸°à¸¡à¸µ ผู้คนกำลังยืน  à¹ƒà¸™à¸ à¸²à¸žà¸­à¸²à¸ˆà¸ˆà¸°à¸¡à¸µ รองเท้า, ของหวาน และอาหาร



ของที่ระลึกบ้านเชียง ถนนสายหน้าพิพิธภัณฑ์ มีการจำหน่ายสินค้าที่ระลึกจากบ้านเชียงแทบทุกหลังคาเรือน เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง
ก่อนที่จะเข้าไปในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียงจะพาเดินชมรอบๆ ตามถนนด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ เนื่องจากพิพิธภัณฑ์มีพื้นที่กว้างติดถนนเป็นแนวยาวชาวบ้านในพื้นที่จึงเปิดร้านจำหน่ายของที่ระลึกต่างๆ ซึ่งมีเครื่องปั้นดินเผาเป็นหลัก
เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง ลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ที่รู้จักกันไปทั่วโลกของเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดอุดรธานี

วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ประวัติความเป็นมาบ้านเชียง




การค้นพบโบราณวัตถุที่มีความสำคัญทางโบราณคดีและก่อนประวัติศาสตร์ในบริเวณหมู่บ้านเชียงนั้น เริ่มต้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2500 เมื่อราษฎรชาวบ้านเชียงบางคนสังเกตเห็นและมีความสนใจเศษภาชนะดินเผาที่มีลวดลายเขียนสีแดงที่มักพบเสมอ เมื่อมีการขุดพื้นดินในบริเวณหมู่บ้าน จึงได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่โรงเรียนประชาบาลประจำหมู่บ้านและจัดแสดงให้ผู้คนสนใจได้เข้าชม
               พ.ศ. 2509 นายสตีเฟน ยัง นักศึกษาวิชาสังคมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ได้เดินทางมาศึกษาเรื่องราวของวิถีชีวิตชาวบ้านเชียง จึงได้พบเห็นเศษภาชนะดินเผาเขียนสีกระจายเกลื่อนอยู่ทั่วไปตามผิวดินของหมู่บ้าน จึงได้เก็บไปให้ศาสตราจารย์ชิน อยู่ดี ผู้เชี่ยวชาญโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ประจำกองโบราณคดี กรมศิลปากร ศึกษาวิเคราะห์และได้ลงความเห็นว่าเป็นเศษภาชนะดินเผาสมัยก่อนประวัติศาสตร์ยุคหินใหม่ (Neotelhic Period)
                ใน พ.ศ. 2510 กองโบราณคดี กรมศิลปากร จึงดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดีที่บ้านเชียงอย่างจริงจัง และส่งโบราณวัตถุไปหาอายุโดยวิธีเทอร์โมลูมิเนสเซนส์ (C-14) ที่มหาวิทยาลัยเพนซินเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า โบราณวัตถุเหล่านั้นมีอายุ ประมาณ 2,600 ปีมาแล้ว
ต่อมาใน พ.ศ. 2513 หน่วยศิปลากรที่ จังหวัดขอนแก่น ได้เข้าไปสำรวจโบราณวัตถุที่บ้านเชียง แต่เนื่องจากช่วงเวลานั้นเรื่องราวทางโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ในประเทศไทยยังไม่เป็นที่เข้าใจกันมากนัก จึงไม่มีการค้นคว้าทางโบราณคดีอย่างต่อเนื่อง
พ.ศ. 2515 กองโบราณคดี กรมศิลปากร ได้ดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดีที่บ้านเชียงอีกครั้งหนึ่งบริเวณวัดโพธิ์ศรีใน และบริเวณบ้านนายพจน์ มนตรีพิทักษ์ โดยได้ปรับปรุงหลุมขุดค้นที่วัดโพธิ์ศรีใน เป็นพิพิธภัณฑ์สถานกลางแจ้งแห่งแรกในประเทศไทย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการขุดค้นที่บ้านเชียง เมื่อวันที่20 มีนาคม พ.ศ. 2515

ลักษณะทั่วไป
วัฒนธรรมสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านเชียง แบ่งออกเป็น ๓ ระยะใหญ่ ตามลักษณะการฝังศพและภาชนะดินเผาที่บรรจุลงเป็นเครื่องเซ่นในหลุมฝังศพ ดังนี้
1. สมัยต้นบ้านเชียง อายุระหว่าง 5,600-3,000 ปีมาแล้ว
2. สมัยกลางบ้านเชียง อายุระหว่าง 3,000-2,300 ปีมาแล้ว
3. สมัยปลายบ้านเชียง อายุระหว่าง 2,300-1,800 ปีมาแล้ว
จากการวิเคราะห์วิถีชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ของคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์บ้านเชียงโดยนักวิชาการพบว่า คนบ้านเชียงสมัยนั้นได้เลือกที่จะตั้งหมู่บ้านในพื้นที่เนินสูงปานกลางใกล้จุดที่ทางน้ำธรรมชาติสองสายมาบรรจบกัน และมีพื้นที่ราบลุ่มผืนใหญ่รอบๆ มีการปลูกข้าวและเลี้ยงสัตว์กันแล้ว แต่ก็ยังล่าสัตว์ทั้งสัตว์ป่าและสัตว์น้ำมาเป็นอาหาร บ้านพักอาศัยมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า สร้างอยู่บนเสาสูงทำให้มีใต้ถุนบ้าน สามารถใช้ทำกิจกรรมอื่นๆ หรือเป็นคอกเลี้ยงสัตว์ได้